ร้านยาธนากรเภสัชอาหารเสริมชั้นนำวีต้าหมิง
เอนไซม์ทีวัน,T-oneราคาพิเศษที่สุด2xxx
SOLD OUT
เอนไซม์ทีวัน,T-oneราคาพิเศษที่สุด ซื้อวันนี้รับส่วนลดพิเศษ,เอนไซม์ทีวันถูกที่สุด ราคาพิเศษมากๆ
เหลือ 99 ชิ้น
ซื้อเลย
หยิบลงตะกร้า
  • หมวดหมู่ : เอนไซม์ Enzyme
  • รหัสสินค้า : 000062

รายละเอียดสินค้า เอนไซม์ทีวัน,T-oneราคาพิเศษที่สุด2xxx

เอนไซม์ (Enzyme)   คือ  สารโปรตีนชนิดหนึ่ง  ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวเร่งการทำงานของระบบต่าง ๆ ในสิ่งมีชีวิต ทำให้เซลล์เป็นล้านๆ เซลล์, เนื้อเยื่อ , ของเหลว และอวัยวะต่าง ๆ ทำงานได้อย่างปกติ

เอนไซม์นาโนทีวัน ( T-one) เครื่องดื่มพืชผักผลไม้
สินค้าดังจากเคเบิ้ลทีวัน ของแท้รับตรงจากบริษัท
เลขที่อย.สินค้า 10-3-02446-10003
 ราคาโปรโมชันพิเศษ 
ซื้อทีวัน 1 กล่อง 2700 บาท แถมฟรีดีท๊อกลำไส้ + สบู่น้ำนมข้าว 1 ชุด
ซื้อทีวัน 2 กล่องกล่องละ 2600 บาท แถมฟรีดีท๊อกลำไส้ + สบู่น้ำนมข้าว 2 ชุด
ซื้อทีวัน 3 กล่อง กล่องละ 2500 บาท แถมฟรีดีท๊อกลำไส้ + สบู่น้ำนมข้าว 3 ชุด
ซื้อทีวัน 6 กล่อง กล่องละ 2400 บาท
สั่งซื้อราคาส่งโทรสอบถามราคาได้คะ
สินค้าเป็นของแท้แน่นอน 100 % มั่นใจปลอดภัยต่อสุขภาพแน่นอน100%
โทร.089-487-4773 ติดต่อคุณหมิง

หากร่างกายขาดเอนไซม์หรือปริมาณเอนไซม์ ลดลง

                จะทำให้การทำงานของระบบต่าง ๆ   เช่น การย่อยอาหาร, การขับถ่าย, การซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ, การขจัดสารพิษของร่างกาย, ระบบภูมิคุ้มกัน, และระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกายผิดปกติ

หน้าที่ของเอนไซม์

-                   ช่วยย่อยอาหาร(Food)  เพื่อให้ได้สารอาหาร(Nutrient)

-                   ช่วยดูดซึม และนำพาสารอาหาร

-                   ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

-                   ช่วยเผาผลาญพลังงาน และย่อยสลายไขมัน

-                   ช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

-                   ช่วยป้องกันอาการอักเสบ ติดเชื้อ

-                   ช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกาย / ช่วยต้านอนุมูลอิสระ

-                   ช่วยทำให้ฮอร์โมน, วิตามิน, เกลือแร่ และสารอื่น ๆ ทำงานตามคุณสมบัติ

กินไปมากเท่าไหร่ ก็นำไปใช้ไม่ได้ ถ้าเอนไซม์บกพร่อ  

 

เอนไซม์  ENZYMEs

ช่วยแก้ปัญหาการทำงานผิดปกติของระบบอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น

-ระบบหัวใจ / หลอดเลือด เช่น โรคหัวใจ, ความดันโลหิต,  ไขมันในเลือดสูง  เป็นต้น
-ระบบทางเดินอาหาร/ การขับถ่าย เช่น โรคกระเพาะ ,โรคลำไส้อักเสบ, ริดสีดวงทวาร, มะเร็งกระเพาะ/ลำไส้, ท้องผูก, อาหารไม่ย่อย, โรคนิ่ว, ถุงน้ำดีอักเสบ, โรคไตอักเสบ/ ไตวาย, ต่อมลูกหมากโต/มะเร็ง, โรคตับ 
-ระบบทางเดินหายใจ/ระบบภูมิคุ้มกัน  เช่น โรคไซนัสอักเสบ, หลอมลมอักเสบ, โรคภูมิแพ้, หอบหืด, โรคปอด, ไข้หวัดใหญ่, โรคหัด, ช่วยขจัดสารพิษ, เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน 
-ระบบผิวหนัง เช่น  กลาก, เกลื้อน, บำรุงผิวพรรณ สิว -ฝ้า, รักษาจุดด่างดำ, ผิวหนังอักเสบ, รักษาแผลสด/น้ำร้อนลวก/ไฟไหม้/แผลในปาก, สะเก็ดเงิน 
-ระบบกล้ามเนื้อ และกระดูก เช่น กล้ามเนื้ออักเสบ, โรคอัมพฤกษ์, อัมพาต, โปลิโอ, ปวดเมื่อยลำตัว/ปวดหลัง,    โรคเก๊าท์, โรคกระดูกพรุน/กระดูกอักเสบ, ไขข้ออักเสบ/รูมาติซึ่ม 
-ระบบต่อมไร้ท่อ เช่น โรคเบาหวาน, ต่อมไทรอยต์อักเสบ 
-ระบบสืบพันธุ์ เช่น ความผิดปกติของประจำเดือน, ปัญหาความเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ 
-ระบบสร้างเม็ดเลือด  เช่น โรคโลหิตจาง, โรคลูคิเมีย

นอกจากนี้เอนไซม์ ยังช่วยในการ :

  ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ หรือการเสื่อมสภาพของอวัยวะ

  ย่อยสลายไขมันส่วนเกิน

  ชลอความชรา

เอนไซม์เรื่องที่ควรรู้

เอนไซม์ แบ่งเป็น 3 ชนิด

1.             เอนไซม์จากอาหาร (Food  Enzyme)  พบในอาหารดิบทุกชนิด   ถ้ามากจากพืช  เรียกว่า  เอนไซม์จากพืช  (Plant Enzyme)

2.             เอนไซม์ย่อยอาหาร (Digestive Enzyme)  เป็นเอนไซม์ที่ผลิตโดยร่างกาย   ส่วนใหญ่ผลิตจากตับอ่อน  เพื่อใช้ย่อยและดูดซึมอาหารที่กินเข้าไป  ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหาร (Nutrient) ที่มีคุณค่า

3.             เอนไซม์ในการเผาผลาญพลังงาน (Metabolic Enzyme) เมตาบอลิค เอนไซม์ เป็นเอนไซม์ที่ผลิตในเซลล์และเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย  ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาชีวเคมี เพื่อการเผาผลาญสารอาหาร และสร้างพลังงาน สร้างภูมิต้านทาน สร้างความเจริญเติบโต  ตลอดจนซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของอวัยวะต่าง ๆ

หน้าที่สำคัญของเอนไซม์ :

                ชีวิตอยู่ไม่ได้ถ้าขาดเอนไซม์ เอนไซม์ย่อยอาหาร (Food) ให้เป็นสารอาหาร (Nutrient) ขนาดเล็ก ถูกดูดซึมผ่านลำไส้เข้ากระแสโลหิต ไปสร้างกล้ามเนื้อ ผลิตฮอร์โมน สร้างระบบภูมิคุ้มกัน ฯลฯ

เอนไซม์ควรจะถือว่าสำคัญกว่าก๊าซออกซิเจนที่ใช้หายใจ

                ชีวิตที่ปราศจากเอนไซม์จะไม่สามารถอยู่ได้ ถึงแม้ว่าอากาศหรือก๊าซออกซิเจนสำหรับหายใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดต่อมนุษย์  แต่แท้ที่จริงแล้ว เป็นความสำคัญในระดับหนึ่งเท่านั้น  เพราะก๊าซออกซิเจนที่เราต้องใช้หายใจ      เกิดจากปฏิกิริยาเคมีในพืชใบเขียวซึ่งผลิตเอนไซม์เป็นตัวเร่ง โดยเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)  ให้เป็นก๊าซออกซิเจน (O2) โดยมีแสงแดดเป็นตัวช่วย

ถ้าเอนไซม์ในร่างกายมีมากพอเพียง

                มนุษย์จะอายุยืนถึง 120 ปี เพราะเซลล์ในร่างกาย สามารถแบ่งตัวได้ตามกำหนดของโปรแกรมในนาฬิกาชีวิต ถ้าเอนไซม์ในร่างกายมีระดับต่ำ (Low Enzyme Level) โอกาสที่จะป่วยเป็นโรคเรื้อรังต่างๆจะเกิดได้ง่ายมาก หนังสือ “เอนไซม์ในอาหาร” (Food Enzyme)  เขียนไว้ว่า “สุขภาพ” (Health)  คือ   ปฏิกิริยาเคมีของเอนไซม์ที่   บูรณาการ(Integrate) เข้าด้วยกันอย่างมีระบบ  จึงทำให้เซลล์ของร่างกายดำเนินไปอย่างปกติสุข

อายุมากขึ้น เอนไซม์ผลิตได้น้อยลง คุณภาพต่ำ

                การขาดเอนไซม์ย่อยอาหารมีได้หลายสาเหตุ แต่การขาดชนิดเดียวที่ตับอ่อนไม่สามารถแก้ไขได้คือ การขาดเอนไซม์เนื่องจากมีอายุมากขึ้น  หนุ่มสาวอายุ 21-31 ปี มีเอนไซม์อไมเลสในน้ำลายมากกว่ากลุ่มผู้สูงอายุ 69-100 ปี ถึง 30 เท่า  อายุมากขึ้นเอนไซม์ผลิตน้อยลงมาก แต่ความต้องการใช้ยังคงเหมือนเดิม การขาดแคลนเมื่ออายุมากขึ้นจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนหลีกเลี่ยงไม่ได้

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับเอนไซม์ คือ

1.   สิ่งมีชีวิตทุกชนิดสร้างเอนไซม์ขึ้นมาใช้เองด้วยความสามารถในการผลิตที่แตกต่างกัน

2.   เอนไซม์ เป็นตัวเร่งในการย่อยอาหารให้สมบูรณ์ ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีคุณภาพ ถ้าย่อยได้ไม่ดี  ถึงกินอาหารแสนดีก็ไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น

3.   เอนไซม์ ควบคุมและเร่งปฏิกิริยาเคมีทุกชนิด ถ้าไม่มีเอนไซม์ ปฏิกิริยาเคมีจะเกิดช้าจนชีวิต ไม่สามารถรอได้

4.   เอนไซม์แต่ละชนิดมีหน้าที่เฉพาะตัว และทำปฏิกิริยาเคมีจำเพาะกับสารตั้งต้นที่ถูกกำหนดเท่านั้น เอนไซม์ชนิดย่อยแป้งจะไม่ย่อยโปรตีน   เอนไซม์ชนิดย่อยไขมันจะไม่ย่อยแป้ง

5.   เอนไซม์ถูกทำลายโดยง่ายที่ความร้อนสูงเกิน 118 องศาฟาเรนไฮต์   หรือ  เอนไซม์เปราะบางมาก

6.   การแช่แข็ง ไม่ทำลายความสามารถของเอนไซม์

7.   การขาดเอนไซม์ส่วนใหญ่เกิดขึ้น เพราะไม่รักษาสุขภาพของตนเอง บางกรณีเกิดจากปัญหากรรมพันธุ์

8.   เอนไซม์ที่มีระดับต่ำ (Low Enzyme Level)ในร่างกายสัมพันธ์กับโรคของความเสื่อมต่างๆ (ถ้าเอนไซม์ต่ำมาก  โรคแห่งความเสื่อมก็เกิดขึ้นมากตาม)

วิตามินหรือเกลือแร่สำคัญ ๆ

                ถ้าไม่มีเอนไซม์ วิตามิน ก็คือ เศษผงธรรมดา  เซลล์ทั้ง 60 ล้านล้านเซลล์ ต้องใช้เอนไซม์เพื่อเร่งปฏิกิริยาเคมี ถ้าไม่มีเอนไซม์ ชีวิตจะดำรงอยู่ไม่ได้  วิตามิน เกลือแร่ คือ ตัวร่วมกับเอนไซม์ (Co-enzyme) โดยตัวเองทำอะไรไม่ได้เลย ถ้าไม่มีเอนไซม์ร่วมด้วย วิตามิน เกลือแร่ก็เปล่าประโยชน์   เอนไซม์เป็นผู้สร้างเซลล์ สร้างอวัยวะ สร้างร่างกาย  และสร้างชีวิต

เอนไซม์คือพลังของชีวิต

Enzyme is the Life Force

ความสำคัญของเอนไซม์ คือ การสร้างเฮโมโกบิน (Hemoglobin) ในเม็ดเลือดแดงเพื่อนำออกซิเจนไปให้อวัยวะทั่วร่างกาย คนจำนวนมากกระดูกเปราะบางจากการกินอาหารที่ขาดเอนไซม์ ไม่สามารถนำแคลเซียมมาใช้ได้ โปรตีนไม่สามารถเปลี่ยนเป็นกรดอะมิโน เพราะไม่มีเอนไซม์ย่อยโปรตีน ซึ่งทำให้ร่างกายไม่อาจจะซ่อมแซมตนเอง หรือป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคได้

นักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายที่สนใจในวิชาเอนไซม์เริ่มยอมรับว่า เมื่อก่อนเข้าใจผิดคิดว่าเอนไซม์ในร่างกายของเรา มีจำนวนคงที่ตลอดเวลา และมีให้ใช้ไม่รู้จักหมด (Constant and last forever) คิดเอาเองว่าสามารถนำมาใช้แล้ว ใช้ได้อีก จนกระทั่งมีการวิจัยหลายครั้งโดยกลุ่มนักวิชาเคมีจึงรู้ว่า เอนไซม์ในร่างกายคนเรามีจำนวนจำกัด มีวันเสื่อมสภาพ ถ้าใช้มากก็หมดเปลืองเร็ว    ถ้าเป็นโรงงานก็จะต้องหาแม่ปั๊มใหม่มาเปลี่ยน แต่ร่างกายคนเราไม่สามารถหาแม่ปั๊มใหม่มาเปลี่ยนได้ ชีวิตจึงสิ้นสภาพ

สิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษ ดินที่ปราศจากเกลือแร่ อาหารที่ปรุงสำเร็จ การใช้ไมโครเวฟทำอาหาร การทำงานหนัก ความเครียด  เหล่านี้ล้วนเป็นตัวทำให้เอนไซม์ โคเอนไซม์ บกพร่องทั้งในอาหาร และในตัวเราเอง ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพชีวิตได้

การแก้ปัญหาซึ่งง่ายเหมือนเส้นผมบังภูเขา  ทำได้ด้วยการกินอาหารดิบ และสดให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ ถ้าทำได้ยากวิธีแก้คือ “กินเอนไซม์เสริม” (To offset this los, we need to supplement our life Force with oral enzyme supplement) 

เอนไซม์มีประโยชน์อะไร

                น.พ. Edward Howell  ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกการรักษาโรคด้วยเอนไซม์ กล่าวว่าเอนไซม์เกือบทุกตัวประกอบด้วยโปรตีน เกลือแร่ วิตามิน เอนไซม์เป็นโมเลกุลที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการเร่งขบวนการทางเคมีที่จำเป็นในการทำงานของร่างกาย เอนไซม์จะทำงานร่วมกับวิตามินซึ่งทำหน้าที่เป็น โค-เอนไซม์ และทำงานร่วมกับเกลือแร่ ถ้าร่างกายขาดสารอาหารพวกนี้ก็จะขาดเอนไซม์ไปด้วย เอนไซม์ทำงานคล้ายกับกรรมกรก่อสร้างร่างกาย ถ้าร่างกายมีโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตพร้อม แต่ไม่มีคนก่อสร้างพอก็ไม่สามารถเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงได้ ถ้าไม่มีเอนไซม์ ก็จะไม่มีการย่อยอาหาร ไม่มีการเจริญเติบโต ไม่มีการแข็งตัวของเลือดเวลาเลือดออก และไม่มีการหายใจ เอนไซม์แต่ละตัวจะทำหน้าที่เฉพาะอย่าง

                ในภาวะปกติร่างกายสามารถผลิตเอนไซม์หลายพันชนิดตลอดเวลาแต่เวลาเราเจ็บป่วย หรือรับประทานอาหารไม่ครบหมู่ ร่างกายจะขาดวัตถุดิบที่จะนำมาสร้างเอนไซม์บางตัวทันที นั่นคือสาเหตุที่ร่างกายอ่อนแอ อ่อนเพลีย ติดเชื้อ มึนงง วิงเวียน

                เอนไซม์แบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลัก ๆ คือ เอนไซม์ย่อยอาหาร และเอนไซม์ระบบทำงานร่างกาย  เอนไซม์ย่อยอาหารสร้างในร่างกายคนเราประมาณ 22 ชนิด ทำหน้าที่ย่อย น้ำตาล แป้ง ไขมัน โปรตีน โดยเริ่มย่อยจากปากไปจนถึงลำไส้ พืชและเนื้อสัตว์ที่เรารับประทานก็มีเอนไซม์ผสมอยู่ ซึ่งเอนไซม์เหล่านี้ก็จะทำงานร่วมกันกับเอนไซม์ที่ร่างกายสร้างขึ้น แต่เนื่องจากเอนไซม์สลายตัวตัวได้ง่ายเมื่อถูกความร้อน อาหารที่เรารับประทานที่ปรุงสุกด้วยความร้อนสูงได้ทำลายเอนไซม์ เมื่อเรารับประทานอาหารเหล่านั้นเป็นประจำ ร่างกายต้องสร้างเอนไซม์อย่างเต็มที่เพื่อรับมือกับอาหารที่เอนไซม์ตายแล้ว ทำให้กำลังสำรองที่จะไปสร้างเอนไซม์ระบบทำงานร่างกายมีน้อยลง ตับอ่อนต้องทำงานหนักเพื่อสร้างเอนไซม์มากขึ้น ถ้าตับอ่อนสร้างเอนไซม์ได้น้อยกว่าปริมาณอาหารที่กินเข้าไป อาหารบางส่วนก็จะไม่ถูกย่อย และบูดเน่าด้วยเชื้อจูลินทรีย์ในลำไส้ แล้วปล่อยของเสีย (Toxins) เข้าสู่ระบบเลือด ทำให้ตับต้องทำงานหนักในการสลายสารพิษเหล่านั้น ถ้าสารพิษไม่ถูกขจัดออกหมดที่ตับ ร่างกายก็จะขับออกทางผิวหนัง ทำให้เกิดสิว และภูมิแพ้ต่าง ๆ

เอนไซม์ ใช้อย่างประหยัด

                ธรรมชาติไม่ได้ให้เอนไซม์มาอย่างฟุ่มเฟือย เอนไซม์ที่ผลิตขึ้นในร่างกายแต่ละคนมีจำนวนจำกัด ต้องช่วยตัวเองประหยัดเอนไซม์ให้มีใช้นานที่สุด  ถ้าต้องการมีอายุยาว และสุขภาพที่ดี

                เอนไซม์ที่สำคัญ คือ เมตาบอลิคเอนไซม์ ใช้ซ่อมแซม และสร้างเซลล์ต้านทานโรค ป้องกันความเสื่อมโทรม แต่กฎธรรมชาติให้ไว้ว่า ถ้าเอนไซม์ใช้ย่อยอาหารไม่เพียงพอร่างกายต้องดึงเมตาบอลิคเอนไซม์ในเซลล์ต่าง ๆ มาทำงานที่ต่ำชั้นกว่าคือ ย่อยอาหาร ทำให้“เมตาบอลิคเอนไซม์” หมดเปลือง พลังของชีวิต (Life Force) จึงบกพร่องและไม่เพียงพอ เป็นอันตรายต่อชีวิตได้ง่าย การใช้เอนไซม์เสริมช่วยย่อยอาหารเป็นสิ่งจำเป็นเมื่ออายุมากขึ้น เพื่อประหยัดเมตาบอลิคเอนไซม์  การกินเอนไซม์เสริม และกินอาหารสดจะมีเอนไซม์พอใช้เมื่อแก่ตัวลง  ความชราและโรคแห่งความเสื่อมทั้งหลายก็ไม่มากล้ำกลาย

ตัวห้ามการทำงานของเอนไซม์

                การกินไข่ข่าวดิบๆ จะมีสารชื่อ อไวดิน (Avidin) เป็นตัวห้ามการทำงานของเอนไซม์ (Enzyme inhibitor)โดยจะเข้าไปเบียด และแซงโคเอนไซม์ (Co-enzyme) ซึ่งเป็นวิตามินบี (ไบโอติน - Biotin)   ทำให้ไม่สามารถจับกับเอนไซม์คู่ของมันได้ตามปกติ  ผลก็คือ เกิดขาดวิตามินบีได้ ไข่ขาวดิบ ๆ จึงไม่ควรกินเป็นประจำ การลวกไข่จะทำให้อไวดินถูกทำลายด้วยความร้อนจึงปลอดภัยในการบริโภค

                การทำงานหนัก การออกกำลังกายมากเกินไป ส่งผลให้ระบบการเผาผลาญอาหารต้องทำงานเพิ่มขึ้น ถ้าแข่งกีฬาซึ่งต้องเอาแพ้ เอาชนะกัน ยิ่งต้องใช้พลังงานสูงมาก ย่อมหมดเปลืองเอนไซม์

                โลกมนุษย์ในยุคสารเคมีใช้กันอย่างฟุ่มเฟือย หลังจาก ค.ศ.1930 เป็นต้นมา ได้มีการใช้สารเคมีเพื่อการอุตสาหกรรม การปฏิวัติทางเกษตรกรรม และการเร่งผลผลิตเพิ่มมากขึ้น ทั้งพืชและสัตว์จึงได้รับสารเคมีต่างๆ เข้ามาสะสมในตัวตั้งแต่ลืมตาดูโลก มนุษย์ได้สารเคมีปนเปื้อนผ่านมาทางวงจรอาหาร ทำให้เอนไซม์ในอาหาร และตัวคนเสื่อมคุณภาพ   เกิดการขาดแคลนเอนไซม์ขึ้น พวกเราทุกคนกำลังอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยมลพิษ  (Polluted World) เอนไซม์ในร่างกายจึงขาดแคลน  ปัญหาจะมีมาก ถ้าเป็นเด็กเล็ก ๆ ซึ่งสมองกำลังพัฒนา

                มนุษย์สมัยใหม่มีรสนิยมในการกินของที่ผ่านการหุงต้ม (Cooked Food) มากกว่าอาหารดิบ (Raw Food)  คนส่วนใหญ่พอใจที่จะกินอาหารที่ปรุงแต่ง อาหารที่อาบรังสี อาหารที่ใช้วิธีปิ้ง ย่าง มากกว่าอาหารดิบ เพราะชอบในความปลอดภัยจากเชื้อจุลินทรีย์ การที่เราปิ้งหรือย่างเนื้อสัตว์ทำให้เราสูญเสียเอนไซม์ในอาหาร และยิ่งถ้ามีอายุมากขึ้นเอนไซม์ในตัวเราก็ลดต่ำลง   การย่อยโปรตีนจึงมีอุปสรรค   ทำให้ร่างกายไม่ได้สารอาหารและกรดอะมิโน (Amino Acid)       ซึ่งจำเป็นจะต้องนำมาใช้   ดังนั้นผู้ที่อายุเกิน 40 ปีขึ้นไป การใช้เอนไซม์เสริมจึงจะสร้างความมั่นใจว่าจะไม่ขาดเอนไซม์

สภาพเมื่อขาดเอนไซม์

- รู้สึกเหนื่อยหรือง่วงนอนหลังจากรับประทานอาหารมื้อหนัก
- อ่อนเพลียเป็นประจำ (Chronic Fatigue Syndrome)
- ท้องผูก ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ บางครั้งมีอาการจุกเสียด
- ลมแน่นท้อง  ผายลมมีกลิ่นเหม็นมาก  มีกลิ่นปาก
- มีอาการของโรคภูมิแพ้ง่าย บางครั้งถึงขนาดหอบหืด
- เวลาเป็นแผลจะหายช้า
- น้ำหนักตัวเพิ่มง่าย

อาการที่แพทย์ตรวจพบ (Sign) ว่าท่านกำลังขาดเอนไซม์ 
- ตับอ่อนบวม
- เม็ดโลหิตขาวเพิ่มจำนวนมากกว่าปกติหลังกินอาหาร 30 นาที
- น้ำลายมีฤทธิ์เป็นกรด (pH ต่ำกว่า 7)
- ในปัสสาวะมีสารพิษมาก เกิดการอาหารไม่ย่อยจึงบูดเน่าในลำไส้ใหญ่ ร่างกายจะดูดซึมพร้อมกับนำเข้าไปใน    กระแสเลือด ตับและไตจะกรองสารพิษเอาไว้ และจะขับสารพิษนี้ออกทางปัสสาวะ
- ระดับเอนไซม์ต่ำกว่าปกติในเลือด
- ความดันโลหิตสูงขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย

เหตุผลที่กินเอนไซม์เสริม

                จงทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย (Mark it Simple) นักปรัชญาท่านหนึ่งกล่าวว่า มุมมองที่สำคัญของชีวิตคือ จงมองทุกสิ่งที่ยากให้เป็นเรื่องง่าย และกฎข้อแรกคือ  “ถ้าจำเป็นแต่ไม่มี ก็หามา ถ้าไม่พอ ก็เอามาเสริม” ฟังดูธรรมดาดี ท่านจะนำไปใช้ในชีวิตจริงก็ไม่ผิดระเบียบอะไร

เอนไซม์เสริม

                ปู่ ย่า ตา ยาย มีอายุยืนยาวอยู่กันมาได้โดยไม่ต้องกินอาหารเสริม หรือกินเอนไซม์เสริม ถือว่าโชคดี เพราะเกิดมาในขณะที่สิ่งแวดล้อมสะอาด อาหารสด ไม่มีการใช้ยาฆ่าแมลง ไม่มีการเติมสารเคมีให้พืชผัก ถ้าเราไปอ่านรายงานสถิติชีพของกระทรวงสาธารณสุขย้อนหลังกลับไป จะพบว่าโรคหัวใจ เบาหวาน ข้ออักเสบ และมะเร็งในสมัยนั้น แทบจะไม่มีให้เห็น ซึ่งคำว่ามะเร็งในสมัยนั้น จะเป็นคำที่แปลกประหลาดไม่เคยได้ยินมาก่อน

                ในระยะแรก วิตามิน และเกลือแร่ มีเพียง 2 อย่างที่มีการมุ่งให้เป็นอาหารเสริมใน ค.ศ. 1930 (พ.ศ. 2473)  Dr. Wolfe  ชาวเยอรมันได้ค้นพบประโยชน์ และวิธีการใช้เอนไซม์ที่มาจากสัตว์ (Animal Enzyme) และในเวลาไล่เลี่ยกัน Dr. Howell ชาวอเมริกันได้ศึกษาประโยชน์ของเอนไซม์จากพืช  ผลการศึกษา และวิจัยของทั้งสองท่านปูทางไปสู่การใช้เอนไซม์มาเป็นอาหารเสริมในปัจจุบัน (Enzyme Supplement)

                การวิจัยในปี ค.ศ. 1940 (พ.ศ. 2483) ได้พิสูจน์ว่า ดี เอ็น เอ (DNA) ในเซลล์ของร่างกายเป็นผู้ควบคุมการผลิตเอนไซม์ หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งคือ เรามีชีวิตอยู่ไม่ได้ถ้าขาดเอนไซม์ และถ้าเราแก่ตัวลงมา  เมตาบอลิคเอนไซม์ก็จะผลิตได้น้อย  เต็มไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บ   แท้ที่จริงเกิดจากพื้นฐานของการขาดเอนไซม์ (Low Enzyme Level)

                วิชาเอนไซม์ (Enzymology)   เป็นวิชาใหม่เอี่ยมเกิดขึ้นประมาณ พ.ศ.2528   และการใช้เอนไซม์เสริม  (Enzyme Supplement) เริ่มเป็นที่ยอมรับว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพก็ราว พ.ศ. 2538 นี้เอง

 

เอนไซม์  กุญแจดอกสำคัญที่กำหนดชะตาชีวิตทั้งมวล

                ทุกชีวิตนับแต่เกิดจนตาย ทุกวินาทีดูดรับสารอาหารบำรุงที่เหมาะสมกับตัวเองไม่ว่างเว้น พร้อมเสริมสร้างร่างกายซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างไม่หยุดยั้ง และทำลายเซลล์ที่เก่าแก่ (ของเสียเก่า ๆ) ออกไปจากร่างกาย การกระทำเช่นนี้เรียกว่า การขับถ่ายของเก่าออกไป และเสริมสร้างของใหม่ขึ้นมาแทนที่

                เอนไซม์เปี่ยมด้วยอานุภาพที่น่าทึ่ง อาหารทั้งหมดที่รับประทานเข้าไปนั้นล้วนอาศัยบทบาทการกระทำของเอนไซม์ในการย่อยสารอาหารที่สลับซับซ้อน ให้กลายเป็นสสารที่ละเอียดอ่อนก่อนที่จะดูดซึมเข้าไปในโลหิตได้ ดังนั้น ถ้าไม่มีเอนไซม์แม้จะกินอิ่มเพียงใดก็ไม่แคล้วจะต้องรับทุกข์ทรมานจากการขาดสารอาหารบำรุงร่างกายของคนเรา คือเรือนร่างที่ประกอบด้วยสารโปรตีน โรคทั้งหมดที่มีต่อร่างกายเรา ยกเว้นโรคกระดูก และฟันแล้วล้วนเป็นโรคที่มีสาเหตุมาจากเซลล์ที่เกิดจากสารโปรตีนทั้งสิ้น การป่วยเป็นโรคคือ การเปลี่ยนแปลงของร่างกายชนิดหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงจะเป็นไปอย่างไม่ปกติแน่นอน เช่น การหลุดล่วงของเซลล์เก่า จะผลัดเปลี่ยนด้วยเซลล์ใหม่เสมอ กลุ่มเซลล์ที่เปลี่ยนแปลงแล้วจะถูกขับถ่ายออกจากร่างกายอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นเซลล์ใหม่จะเข้าแทนที่ เมื่อเป็นเช่นนี้ โรคทั้งหมดก็จะถูกขจัดไป

                โลกวิวัฒนาการตามความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์ กุญแจดอกสำคัญที่ไขไปสู่ปริศนาของบทบาททุกชีวิตเริ่มแจ่มชัดขึ้นนั่นคือ   เอนไซม์

                เอนไซม์แบบผสมที่ได้จาก พืชผัก ผลไม้นี้ มิเพียงสามารถปรับรักษาระบบการทำงานของอวัยวะ กระเพาะ ลำไส้ ตับ หัวใจ ปอดในร่างกายของเราเท่านั้น แต่ยังสามารถบรรเทาอาการของโรคมะเร็งให้ผ่อนเบาลงได้ เอนไซม์ชนิดนี้จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเซลล์ที่มีชีวิตอยู่มากยิ่งขึ้น และจะมีบทบาทในการละลายเซลล์ที่อยู่ในระยะเปลี่ยนแปลงของโรค (Pathological Change) ให้หมดไป

ท่านใดที่ควรใช้เอนไซม์ เอนไซม์ทีวัน

  ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง

  ผู้ที่ภูมิต้านทานอ่อนแอ  และมักติดเชื้อง่าย เช่น วัณโรค โรคเอดส์

  ผู้ป่วยก่อน – หลังผ่าตัด

  สตรีก่อน – หลังคลอด

  ผู้ที่มีประสิทธิภาพตับไม่ดี เหนื่อยง่าย  เช่น  ตับอักเสบ

  ผู้ที่มีประสาทอ่อน ไม่ปกติ ตกใจง่าย เบื่ออาหาร

  ผู้ที่มีกระเพาะลำไส้ไม่ดีแต่กำเนิด ทำให้ผอมแห้ง แรงน้อย

  ผู้ที่การทำงานของประสาทไม่เต็มที่  มักสลึมสลือ  กระปรกกระเปลี้ย

  ผู้ที่มีร่างกายแก่ก่อนวัย เจ็บป่วยบ่อย

  ผู้ที่มีอาการติดเชื้อแปลก ๆ ทำให้ร่างกายเจ็บออด ๆ แอด ๆ

  ผู้ที่อยู่ในสภาวะที่เสี่ยงต่อโรคกรรมพันธุ์ เช่น มีญาติเป็นเบาหวาน, มะเร็ง, ปัญญาอ่อน,โรคเลือด  (Thalassemia)

สุขภาพดี  สร้างได้ด้วยเอนไซม์ เอนไซม์ทีวันเอนไซม์ทีวันเอนไซม์ทีวัน เอนไซม์ทีวัน เอนไซม์ทีวันเอนไซม์ทีวัน เอนไซม์ทีวัน T-one  เอนไซม์ทีวัน T-one เอนไซม์ทีวัน T-one

เอนไซม์ทีวัน  เอนไซม์ทีวัน  เอนไซม์ทีวัน  เอนไซม์ทีวัน  เอนไซม์ทีวัน

T-one  T-one  T-one  T-one  เอนไซม์T-one ,เอนไซม์T-one ,เอนไซม์T-one